คู่มือการใช้งาน

ติดตรงไหน มีคำตอบให้ทีละขั้นตอน

วิธีใช้ทุกบริการตั้งแต่สมัครจนเว็บออนไลน์ พร้อมวิธีแก้ปัญหาที่เจอบ่อย เขียนให้คนที่ไม่เคยทำเว็บอ่านเข้าใจ

เริ่มต้นใช้งาน

สมัคร เข้าสู่ระบบ รู้จักหน้าจัดการ และชวนทีมมาช่วยกัน

สมัครสมาชิกและเข้าสู่ระบบ

สมัครด้วยอีเมลได้ในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต และเริ่มใช้แพ็กเกจ Free ได้ทันที

  1. เปิด หน้าสมัครสมาชิก
  2. กรอก ชื่อที่ใช้ติดต่อ อีเมล และ รหัสผ่าน อย่างน้อย 8 ตัวอักษร แล้วพิมพ์รหัสผ่านซ้ำอีกครั้ง
  3. ติ๊กยอมรับข้อกำหนดการใช้งาน แล้วกด สร้างบัญชีและเริ่มออกแบบ
  4. ระบบพาเข้าสู่หน้าจัดการทันที พร้อม Project แรกของคุณและแพ็กเกจ Free

ครั้งต่อไปเข้าที่ หน้าเข้าสู่ระบบ ด้วยอีเมลและรหัสผ่านเดิม ระบบจำการเข้าสู่ระบบไว้ 7 วัน

ใช้อีเมลที่คุณเปิดอ่านได้จริง เพราะเพื่อนร่วมทีมจะเชิญคุณเข้า Project ด้วยอีเมลนี้

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “ไม่สามารถสมัครด้วยอีเมลนี้ได้”

อีเมลนี้มีบัญชีอยู่แล้ว ให้ไปที่หน้าเข้าสู่ระบบแทน หรือสมัครด้วยอีเมลอื่น

ขึ้นว่า “อีเมลหรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง”

ตรวจว่าพิมพ์อีเมลถูก และไม่ได้เปิดแป้นพิมพ์ภาษาไทยหรือ Caps Lock ค้างไว้ตอนพิมพ์รหัสผ่าน

ขึ้นว่า “ลองใหม่ภายหลัง”

มีการลองเข้าสู่ระบบหรือสมัครถี่เกินไปในเวลาสั้น ๆ รอประมาณ 1 นาทีแล้วลองใหม่

ลืมรหัสผ่าน

ตอนนี้หน้าเข้าสู่ระบบยังไม่มีปุ่มรีเซ็ตรหัสผ่านเอง ถ้ายังเข้าสู่ระบบค้างอยู่ในอุปกรณ์อื่น ให้เปิด ticket หมวด บัญชีผู้ใช้ จากเครื่องนั้น ถ้าไม่มี ให้ติดต่อทีมงานพร้อมอีเมลที่ใช้สมัคร

ขึ้นว่า “บัญชีนี้ถูกระงับการใช้งานโดยทีมงาน”

บัญชีถูกพักโดยทีมงาน อ่านเหตุผลที่แสดงต่อท้ายข้อความ แล้วติดต่อทีมงานผ่านเมนู ช่วยเหลือและคืนเงิน ซึ่งยังใช้ได้แม้บัญชีถูกพัก

ขึ้นว่า “ปิดรับสมัครสมาชิกชั่วคราว”

ช่วงนี้ระบบงดรับสมาชิกใหม่ชั่วคราว ลองกลับมาสมัครใหม่ภายหลัง

กลับขึ้นด้านบน ↑

รู้จักหน้าจัดการ (Console)

ทุกบริการอยู่ในเมนูด้านซ้าย แบ่งเป็นสามกลุ่ม: Project, บริการคลาวด์ และบัญชีกับการใช้งาน

เมนูใช้ทำอะไร
เว็บไซต์สร้างและแก้เว็บแบบลากวาง ผูกโดเมน ตั้งค่า SEO และเปิด Business Apps
Static Webdeploy เว็บจาก Git repo (สำหรับคนเขียนโค้ด)
Containersรันแอปจาก Docker image
Managed Databasesฐานข้อมูล PostgreSQL, MySQL, MariaDB และ Redis
WordPressWordPress ที่ติดตั้งเสร็จพร้อมใช้
Managed Email Serverอีเมลชื่อโดเมนของคุณ
VPCเครือข่ายส่วนตัวและ NAT Gateway ของ Project
โควตาและการใช้งานดูโควตาที่ใช้ไปและที่เหลือ
แพ็กเกจและ Walletเติมเงิน เปลี่ยนแพ็กเกจ และดูประวัติการตัดเงิน
ช่วยเหลือและคืนเงินเปิด ticket ถึงทีมงาน และขอคืนเงิน

มุมขวาบน (รูปโปรไฟล์) คือเมนูบัญชี ดูแพ็กเกจ รอบบิลถัดไป คัดลอก Account ID เปลี่ยนภาษา ตั้งสกุลเงินของ Wallet และออกจากระบบ

แจ้งทีมงานเรื่องบัญชีหรือการเงิน ให้แนบ Account ID จากเมนูบัญชีไปด้วย ทีมงานจะหาบัญชีคุณได้เร็วขึ้น

กลับขึ้นด้านบน ↑

เปลี่ยนภาษาของหน้าจัดการ

ใช้ได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และลาว ภาษาไทยเป็นค่าเริ่มต้น

  1. กดรูปโปรไฟล์มุมขวาบน
  2. เลือก ไทย English หรือ ລາວ

ระบบจำภาษาไว้กับบัญชี เปิดจากเครื่องไหนก็เป็นภาษาเดิม หน้าเข้าสู่ระบบก็มีปุ่มเลือกภาษาเช่นกัน

การเปลี่ยนภาษาไม่เปลี่ยนสกุลเงิน ถ้าอยากเห็นยอดเป็นบาท ดอลลาร์ หรือกีบ ให้ตั้งที่ ตั้งค่า Billing wallet (ดูหัวข้อ เติมเงินเข้า Wallet)

ถ้าเจอปัญหา

เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษหรือลาวแล้ว แต่ข้อความแจ้งเตือนบางอันยังเป็นภาษาไทย

ข้อความแจ้งข้อผิดพลาดบางส่วนจากระบบยังมีเฉพาะภาษาไทย เรากำลังทยอยแปล ความหมายตรงกับหัวข้อแก้ปัญหาในคู่มือนี้

กลับขึ้นด้านบน ↑

Project และการชวนทีมมาช่วยงาน

Project คือกล่องที่รวมเว็บและบริการไว้ด้วยกัน เชิญคนเข้า Project และกำหนดสิทธิ์ได้ 5 ระดับ

สร้าง Project ใหม่

  1. กดตัวเลือก Project ด้านบนของเมนูซ้าย หรือเมนู Projects ทั้งหมด
  2. กด สร้าง Project ตั้งชื่อ แล้วกดยืนยัน

จำนวน Project ที่สร้างได้: Free 2 · Starter 5 · Business 20

เชิญสมาชิก

  1. ไปที่ สมาชิกและสิทธิ์ (IAM) แล้วกด เชิญสมาชิก
  2. ใส่อีเมล (หลายคนคั่นด้วยจุลภาคหรือขึ้นบรรทัดใหม่) และเลือกบทบาท
  3. กด ส่งคำเชิญ แล้วกด คัดลอกลิงก์
  4. ส่งลิงก์ให้เพื่อนร่วมทีมเองทาง LINE หรืออีเมล เขาต้องเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลที่ถูกเชิญ แล้วกด ตอบรับคำเชิญ

ระบบไม่ส่งอีเมลเชิญให้อัตโนมัติ และลิงก์เชิญแสดงให้คัดลอกครั้งเดียว ใช้ได้ 7 วัน ถ้าหายให้กด ลิงก์ใหม่ (ลิงก์เก่าจะใช้ไม่ได้ทันที)

สิทธิ์แต่ละระดับ

บทบาททำอะไรได้
Ownerทุกอย่าง รวมถึงลบ Project
Adminสร้าง แก้ ลบบริการ จัดการสมาชิก และเปลี่ยนชื่อ Project
Editorสร้าง แก้ไข และ deploy บริการ
Operatorเปิด ปิด และรีสตาร์ตบริการ
Viewerดูบริการ สถานะ และ log อย่างเดียว

ลบ Project

ที่ สมาชิกและสิทธิ์ (IAM) แท็บ ตั้งค่า พิมพ์ชื่อ Project ให้ตรง แล้วกด ลบถาวร ต้องลบเว็บและบริการใน Project ให้หมดก่อน

ถ้าเจอปัญหา

สมาชิกเปิดลิงก์แล้วขึ้นว่า “คำเชิญนี้ส่งถึงอีเมลอื่น”

เขากำลังเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีอื่น ให้กด สลับบัญชี แล้วเข้าด้วยอีเมลที่คุณเชิญ

ขึ้นว่า “คำเชิญไม่ถูกต้องหรือหมดอายุ”

ลิงก์เกิน 7 วัน หรือมีการกดลิงก์ใหม่ไปแล้ว ให้เจ้าของ Project กด ลิงก์ใหม่ แล้วส่งให้อีกครั้ง

สร้าง Project ไม่ได้ ขึ้นว่าสร้างได้สูงสุดกี่ Project

ครบจำนวนตามแพ็กเกจแล้ว ลบ Project ที่ไม่ใช้ หรืออัปเกรดแพ็กเกจ

ลบ Project ไม่ได้

Project หลัก ลบไม่ได้เพราะเป็นที่อยู่ของ Wallet และแพ็กเกจ ส่วน Project อื่นต้องลบเว็บ บริการ และ NAT Gateway ข้างในให้หมดก่อน

กลับขึ้นด้านบน ↑

แพ็กเกจและกระเป๋าเงิน

เติมเงิน เลือกแพ็กเกจ รู้ว่าระบบตัดเงินเมื่อไร และทำอย่างไรเมื่อเงินไม่พอ

เติมเงินเข้า Wallet

ทุกบริการตัดเงินจาก Wallet ใบเดียว ยอดในกระเป๋าเก็บเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่ดูและเติมเป็นบาท ดอลลาร์ หรือกีบได้

ตั้งสกุลเงินที่อยากเห็น

กดรูปโปรไฟล์ แล้วเลือก ตั้งค่า Billing wallet เลือก THB, USD หรือ LAK การเปลี่ยนสกุลเงินไม่ทำให้ยอดเงินเปลี่ยน

ขั้นตอนเติมเงิน

  1. ไปที่ แพ็กเกจและ Wallet
  2. กด เติมเงิน แล้วเลือกยอดที่ตั้งไว้ หรือกด ระบุเอง
  3. เลือกวิธีเติมเงินที่เปิดให้ใช้ แล้วทำตามขั้นตอนบนจอ
รายละเอียด
ยอดขั้นต่ำUS$5 ต่อครั้ง (ก่อน VAT) แสดงเป็นสกุลเงินของคุณ
ภาษีมูลค่าเพิ่มคิดครั้งเดียวตอนเติม: บาทและดอลลาร์ 7% · กีบ 10%
อายุเงินในกระเป๋าไม่มีวันหมดอายุ

ช่องทางที่ขึ้นป้าย เร็ว ๆ นี้ ยังใช้ไม่ได้ ถ้าปุ่มขึ้นว่า ยังไม่เปิดรับชำระเงิน แปลว่าช่วงนี้ยังเติมเงินเองไม่ได้ เปิด ticket หมวด การเงินและแพ็กเกจ ให้ทีมงานช่วยได้

ดูประวัติ

แท็บ Wallet และประวัติ แสดงความเคลื่อนไหวในกระเป๋า ประวัติการเติมเงินและคำสั่งซื้อ และค่าใช้งานรายเดือน

ถ้าเจอปัญหา

เติมเงินแล้วยอดยังไม่ขึ้น

ดูสถานะที่ ประวัติการเติมเงินและคำสั่งซื้อ ถ้ายังเป็น รอชำระ แปลว่าทีมงานยังตรวจการชำระไม่เสร็จ ถ้านานผิดปกติให้เปิด ticket แนบหลักฐานการโอน

ยอดเงินที่เห็นเปลี่ยนไปเมื่อเปลี่ยนสกุลเงิน

ยอดจริงเก็บเป็นดอลลาร์ ตัวเลขบาทหรือกีบคือการแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้อ่านง่าย มูลค่าในกระเป๋าไม่ได้เปลี่ยน

กลับขึ้นด้านบน ↑

แพ็กเกจเว็บไซต์: สมัคร อัปเกรด และลดแพ็กเกจ

Free ใช้ได้ไม่มีวันหมดอายุ อัปเกรดเป็น Starter หรือ Business ได้ทุกเมื่อจากแท็บ เว็บไซต์ ในหน้าแพ็กเกจและ Wallet

FreeStarterBusiness
จำนวนเว็บ11 (ซื้อเพิ่มได้อีก 3)4 (ซื้อเพิ่มได้ไม่จำกัด)
หน้าต่อเว็บ1030100
โดเมนของคุณเอง
Project2520

สมัครหรืออัปเกรด

  1. เติมเงินใน Wallet ให้พอกับราคาแพ็กเกจ
  2. ไปที่ แพ็กเกจและ Wallet แท็บ เว็บไซต์
  3. กดปุ่มของแพ็กเกจที่ต้องการ ระบบบอกยอดที่จะตัดก่อนยืนยัน
  • เดือนแรกคิดตามจำนวนวันที่เหลือของเดือน
  • อัปเกรด Starter เป็น Business มีผลทันที จ่ายเฉพาะส่วนต่างของวันที่เหลือ
  • ลด Business เป็น Starter มีผลตอนสิ้นเดือน กด ยกเลิกการเปลี่ยนแพ็กเกจ ได้ถ้าเปลี่ยนใจ
  • ระบบต่ออายุโดยตัดจาก Wallet ทุกวันสุดท้ายของเดือน เวลา 23:59 น. (เวลาไทย)

ลูกค้า Enterprise เปลี่ยนแพ็กเกจหรือเพิ่มเว็บผ่านสัญญากับทีมขาย ไม่ต้องทำในหน้านี้

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “ยอดเงินใน Wallet ไม่พอสำหรับค่าบริการ Package”

เติมเงินให้พอกับยอดที่แสดงก่อน แล้วกดสมัครอีกครั้ง

ลดเป็น Starter ไม่ได้

Starter มีได้ 1 เว็บ (รวมที่ซื้อเพิ่มได้สูงสุด 4) ลบเว็บที่ไม่ใช้ให้เหลือไม่เกินจำนวนนี้ก่อน

หาปุ่มกลับไปใช้ Free ไม่เจอ

ตอนนี้ระบบยังไม่มีการลดจาก Starter หรือ Business กลับเป็น Free ถ้าต้องการหยุดใช้แพ็กเกจที่จ่ายเงิน ให้เปิด ticket หมวด การเงินและแพ็กเกจ

ขึ้นว่า “กรุณาเติมเงินเพื่อชำระค่าบริการรอบปัจจุบันก่อนอัปเกรดแพ็กเกจ”

บัญชีอยู่ในช่วงผ่อนผันเพราะเงินไม่พอต่ออายุ เติมเงินให้ระบบตัดค่ารอบปัจจุบันก่อน แล้วจึงอัปเกรดได้

กลับขึ้นด้านบน ↑

เงินในกระเป๋าไม่พอ: ช่วงผ่อนผันและการพักบริการ

เว็บไม่หายทันที ระบบให้เวลาเติมเงินก่อน และข้อมูลของคุณยังอยู่ครบ

แพ็กเกจเว็บไซต์

  1. สิ้นเดือนถ้าเงินไม่พอต่ออายุ ระบบยังไม่ตัดเงิน และขึ้นแถบแจ้งเตือนว่ามีเวลาเติมเงิน 5 วัน ระหว่างนี้เว็บยังเปิดได้ตามปกติ
  2. ครบ 5 วัน ถ้าเงินพอค่าแพ็กเกจแต่ไม่พอเว็บที่ซื้อเพิ่ม ระบบพักเว็บที่ซื้อเพิ่มล่าสุดก่อน (ขึ้นป้าย พักไว้)
  3. ถ้าไม่พอแม้แต่ค่าแพ็กเกจ บัญชีจะถูกพัก เว็บหยุดแสดงผลและเผยแพร่ไม่ได้ แต่งานออกแบบและข้อมูลยังอยู่
  4. เติมเงินเมื่อไร ระบบตัดค่าที่ค้างให้เองและเว็บกลับมาทำงาน

บริการที่คิดตามการใช้งาน (Container, Database, WordPress, Mail, NAT)

บริการกลุ่มนี้ตัดเงินเป็นระยะทุกไม่กี่นาที ถ้าเงินหมดจะมีช่วงผ่อนผัน 72 ชั่วโมง จากนั้นบริการจะถูกหยุด และถ้าค้างชำระครบ 30 วัน ข้อมูลจะถูกลบถาวร

Database, WordPress และ Mail เก็บข้อมูลสำคัญ อย่าปล่อยให้ค้างชำระนาน ตั้งเตือนตัวเองให้เติมเงินก่อนสิ้นเดือน

การสร้างบริการใหม่ต้องมียอดขั้นต่ำในกระเป๋า: Database $3.49 · WordPress $5.99 · Mail $2.99 · Container มากกว่า $0

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “แพ็กเกจถูกพักชั่วคราว ยอดเงินใน Wallet ไม่พอชำระค่าบริการ”

เติมเงินให้พอกับยอดค้าง ระบบจะตัดเงินและเปิดบัญชีกลับให้อัตโนมัติ

สร้างบริการใหม่ไม่ได้เพราะเงินไม่พอ

ยอดในกระเป๋าต่ำกว่าขั้นต่ำของบริการนั้น เติมเงินแล้วลองใหม่

กลับขึ้นด้านบน ↑

ดูโควตาและค่าใช้จ่าย

รู้ว่าใช้ไปเท่าไร เหลือเท่าไร และถูกตัดเงินเรื่องอะไรบ้าง

  • โควตาและการใช้งาน: จำนวนเว็บ หน้า การเผยแพร่ และทรัพยากรที่ใช้ไปเทียบกับโควตาของแพ็กเกจ
  • แพ็กเกจและ Wallet แท็บ Wallet และประวัติ: ทุกรายการที่เติมเข้าและตัดออก
  • ค่าใช้งานของบริการคลาวด์รวมเป็นรายการ ค่าใช้งานตามจริง ของแต่ละเดือน

อยากรู้ราคาก่อนเปิดใช้ ใช้ หน้าคำนวณราคา ซึ่งใช้ราคาต่อหน่วยเดียวกับที่ระบบคิดจริง

การใช้ AI ช่วยสร้างเว็บตัดจาก Wallet ตามที่ใช้จริง ส่วนการแก้เว็บเองแบบลากวางไม่เสียค่า AI

กลับขึ้นด้านบน ↑

ขอคืนเงิน

ขอคืนเข้า Wallet เมื่อถูกตัดเงินผิด หรือขอคืนเข้าบัญชีธนาคารสำหรับยอดเติมที่ยังไม่ได้ใช้

  1. ไปที่ ช่วยเหลือและคืนเงิน แล้วกด ขอคืนเงิน
  2. เลือก คืนเข้า Wallet (ถูกตัดเงินผิด) หรือ คืนเงินเข้าบัญชี (ยอดเติมที่ยังไม่ได้ใช้ รวม VAT)
  3. เลือกรายการ อธิบายเหตุผลอย่างน้อย 10 ตัวอักษร แล้วส่ง

ระบบเปิด ticket ให้อัตโนมัติ ทีมงานจะตอบในเรื่องนั้น ขอคืนได้ภายใน 30 วัน และมีคำขอที่รอพิจารณาพร้อมกันได้สูงสุด 5 รายการ

กลับขึ้นด้านบน ↑

สร้างเว็บไซต์ (ลากวาง)

ตั้งแต่เลือกเทมเพลต แก้หน้าเว็บ ใช้ AI กดเผยแพร่ ไปจนถึงผูกโดเมนและตั้งค่า SEO

สร้างเว็บไซต์ใหม่

เลือกเทมเพลตหรือเริ่มจากหน้าว่าง ตั้งชื่อ แล้วเข้าหน้าแก้เว็บได้ทันที

  1. ไปที่เมนู เว็บไซต์ แล้วกด สร้างเว็บไซต์
  2. เลือกเทมเพลต: ค้นหาหรือกรองตามหมวด กด ดูตัวอย่าง ได้ก่อน แล้วกด ใช้เทมเพลตนี้ หรือเลือก หน้าว่าง
  3. กด ถัดไป: ตั้งชื่อเว็บไซต์ ใส่ ชื่อเว็บไซต์ (เปลี่ยนทีหลังได้)
  4. ตั้ง URL ภาษาอังกฤษ: ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และขีด 3–41 ตัว ระบบแสดงที่อยู่เว็บตัวอย่างให้ดูก่อน
  5. เลือก Region แล้วกด สร้างเว็บไซต์และเปิดตัวแก้ไข

เว็บของคุณจะมีที่อยู่ฟรีรูปแบบ https://ชื่อ-url.sites.ภูมิภาค.thailandhosting.com ใช้ได้ตลอด แม้ภายหลังจะผูกโดเมนของตัวเองแล้ว

URL และ Region เปลี่ยนภายหลังไม่ได้ ถ้าอยากใช้ชื่อร้านจริงเป็นที่อยู่เว็บ ให้ผูกโดเมนของคุณเอง (ดู ผูกโดเมนของคุณเอง)

จำนวนเว็บที่มีได้ (นับรวม Static Web): Free 1 · Starter 1 · Business 4 ซื้อเว็บเพิ่มได้ที่ แพ็กเกจและ Wallet

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า URL ถูกใช้แล้ว ระบบตั้งเป็นชื่ออื่น

มีคนใช้ URL นั้นไปแล้ว ระบบจึงเติมรหัสสุ่ม 8 ตัวต่อท้าย ถ้าไม่ชอบ ลบเว็บนี้แล้วสร้างใหม่ด้วย URL อื่น (ทำก่อนแก้เว็บเยอะ ๆ)

ขึ้นว่า “ถึงจำนวนเว็บไซต์สูงสุดแล้ว”

ครบจำนวนเว็บของแพ็กเกจ (นับรวม Static Web) ลบเว็บที่ไม่ใช้ ซื้อเว็บเพิ่ม หรืออัปเกรดแพ็กเกจ

ปุ่มสร้างเว็บกดไม่ได้ ขึ้นว่า “เติมเงินเพื่อเปิดใช้งาน”

บัญชีถูกพักเพราะเงินไม่พอต่ออายุแพ็กเกจ เติมเงินแล้วปุ่มจะกลับมาใช้ได้

กลับขึ้นด้านบน ↑

แก้หน้าเว็บ: ข้อความ รูป บล็อก และหน้า

คลิกตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ลากบล็อกมาวาง และดูผลได้ทั้งบนจอคอมและมือถือ

จากการ์ดเว็บกด แก้ไขเว็บ เมนูด้านซ้ายมี เพิ่ม คอมโพเนนต์ เทมเพลต AI ดีไซน์ สื่อ หน้าเว็บ และ ตั้งค่า

แก้ข้อความและรูป

  • ดับเบิลคลิกข้อความเพื่อพิมพ์แก้ แผงด้านขวามี ดีไซน์ สำหรับสี ขนาด ระยะห่าง และ เลเยอร์ สำหรับเลือกส่วนที่ซ้อนกัน
  • เลือกรูปแล้วเปลี่ยนจาก คลังสื่อ: อัปโหลดไฟล์ของคุณ หรือใช้รูปและวิดีโอสต็อกที่มีให้
  • ตั้งลิงก์ของปุ่มหรือข้อความได้ที่ ตั้งค่าลิงก์ เลือกหน้าในเว็บ จุดในหน้า หรือ URL ภายนอก และเลือกเปิดในหน้าต่างใหม่ได้

เพิ่มบล็อกและเปลี่ยนธีม

  • แท็บ เพิ่ม: ลากบล็อกโครงสร้าง ข้อความ ปุ่ม รูปและวิดีโอ ฟอร์ม มาวางบนหน้า หรือคลิกเพื่อแทรกต่อจากส่วนที่เลือก
  • แท็บ คอมโพเนนต์ > ธีมของหน้า: เปลี่ยนสีและฟอนต์ทุกส่วนในคลิกเดียว
  • แท็บ เทมเพลต: ใช้เทมเพลตอื่นแทนหน้าปัจจุบัน (ระบบถามยืนยันก่อนแทนที่)
  • สลับ คอมพิวเตอร์ / มือถือ ที่แถบบนเพื่อดูหน้าจอมือถือ และกด พรีวิว เพื่อดูแบบที่ลูกค้าเห็น

จัดการหน้าเว็บ

แท็บ หน้าเว็บ: เพิ่มหน้า คัดลอกหน้า แก้ชื่อที่อยู่ของหน้า หรือลบ ใช้ ซิงก์ Navbar & Footer หน้านี้ไปทุกหน้า เพื่อให้หัวและท้ายเว็บเหมือนกันทุกหน้า จำนวนหน้าต่อเว็บ: Free 10 · Starter 30 · Business 100

บันทึก

ระบบบันทึกฉบับร่างให้อัตโนมัติทุก 15 วินาที และกด บันทึก เองได้ การบันทึกยังไม่ขึ้นเว็บจริง ต้องกด เผยแพร่ ก่อนลูกค้าจึงเห็น

ฟอร์มติดต่อ

ลากบล็อก ฟอร์มติดต่อ มาวาง ข้อความที่ลูกค้าส่งจะอยู่ในหน้าตั้งค่าเว็บ ส่วน ข้อความจากฟอร์ม ค้นหา ส่งออก CSV และตอบกลับทางอีเมลได้ แต่ละบัญชีรับข้อความได้ 100 ข้อความต่อเดือน

โหมดโค้ด (สำหรับคนเขียนโค้ด)

สลับเป็น Advance โค้ด ที่แถบบนเพื่อแก้ HTML, CSS และ JavaScript ตรง ๆ พร้อมพรีวิวขนาดคอม แท็บเล็ต และมือถือ กด Ctrl+S เพื่อบันทึก

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “จำนวนหน้าถึงโควตาของแพ็กเกจแล้ว”

ลบหรือรวมหน้าที่ไม่จำเป็น หรืออัปเกรดแพ็กเกจเพื่อเพิ่มจำนวนหน้า

อัปโหลดรูปไม่ได้

ไฟล์ต้องเป็น JPEG, PNG, WebP, GIF, PDF, MP4 หรือ WebM และไม่เกิน 10 MB ต่อไฟล์ ถ้าขึ้น storage_exhausted แปลว่าพื้นที่เก็บไฟล์ของแพ็กเกจเต็ม ลบไฟล์ที่ไม่ใช้หรืออัปเกรดแพ็กเกจ

ลบรูปในคลังสื่อไม่ได้ ขึ้นว่า “ไฟล์ยังถูกใช้ในฉบับร่าง”

รูปนั้นยังอยู่บนหน้าเว็บ หรืออยู่ในเวอร์ชันที่เก็บไว้ เอารูปออกจากหน้าก่อน

ขึ้นว่า “มีการแก้ไขใหม่ กรุณาโหลดเว็บไซต์อีกครั้ง”

มีคนเปิดแก้เว็บเดียวกันจากอีกเครื่องหรืออีกแท็บ รีเฟรชหน้าเพื่อโหลดฉบับล่าสุด แล้วแก้ต่อ และหลีกเลี่ยงการเปิดแก้พร้อมกันหลายที่

เปลี่ยนธีมไม่ได้ ขึ้นว่าหน้านี้ยังไม่มี Components

ธีมใช้กับส่วนที่มาจากคลังคอมโพเนนต์หรือเทมเพลต เพิ่มคอมโพเนนต์หรือเทมเพลตลงหน้าก่อน แล้วเปลี่ยนธีมอีกครั้ง

ใส่โค้ดฝังจากเว็บอื่น (script, iframe) ในโหมดโค้ดแล้วหายไป

เพื่อความปลอดภัย ระบบลบแท็ก <script> <iframe> และแท็กฝังอื่นออกจากส่วน HTML ให้เขียนโค้ด JavaScript ในแท็บ JavaScript แทน

ผู้เข้าชมเห็น “ขณะนี้ยังรับข้อความไม่ได้” ตอนส่งฟอร์ม

ใช้โควตาฟอร์ม 100 ข้อความของเดือนนี้ครบแล้ว โควตาเริ่มใหม่เดือนหน้า ระหว่างนี้ใส่เบอร์โทรหรือ LINE ไว้ในหน้าเว็บด้วย

กลับขึ้นด้านบน ↑

ให้ AI ช่วยออกแบบและเขียนข้อความ

ให้ AI ร่างทั้งหน้า ทั้งเว็บ หรือแก้เฉพาะส่วนที่เลือก ดูผลก่อนตัดสินใจใช้ทุกครั้ง

  1. ในหน้าแก้เว็บ เปิดแท็บ AI ดีไซน์ หรือเลือกส่วนบนหน้าแล้วกด ใช้ AI กับส่วนที่เลือก
  2. เลือกงาน เช่น ออกแบบทั้งหน้า สร้างทั้งเว็บหลายหน้า เพิ่มส่วน หรือ เขียนข้อความใหม่
  3. พิมพ์เล่าว่าร้านคุณทำอะไร ใส่ ข้อมูลธุรกิจ และเลือก สไตล์ แล้วกด ส่งคำสั่ง AI
  4. ดูผลที่ ตรวจผลลัพธ์จาก AI ซึ่งบอกค่าใช้จ่ายจริงด้วย แล้วเลือก นำไปใช้ สร้างใหม่อีกครั้ง หรือ ไม่ใช้ผลลัพธ์นี้

AI คิดเงินจาก Wallet ตามที่ใช้จริง ตอนเริ่มงานระบบกันเงินไว้ตามยอดสูงสุดที่อาจใช้ เมื่อเสร็จจะตัดตามจริงแล้วคืนส่วนที่เหลือ ดูรายการได้ใน Wallet ชื่อ การใช้งาน AI

เล่าให้ชัด เช่น “ร้านกาแฟคั่วเอง ย่านอารีย์ ขายเมล็ดออนไลน์ด้วย โทนสีครีมอบอุ่น” จะได้ผลตรงใจกว่าคำสั้น ๆ และไม่อยากใช้ AI ก็สร้างเว็บได้ครบเหมือนกัน

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “ยอดเงินใน Wallet ไม่เพียงพอ งานนี้ต้องกันไว้สูงสุด …”

เติมเงินให้มากกว่ายอดที่ต้องกันไว้ ส่วนที่ไม่ได้ใช้จะคืนเข้ากระเป๋าเมื่องานเสร็จ

ขึ้นว่า “มีงาน AI กำลังดำเนินการอยู่”

ทำได้ทีละงานต่อบัญชี รอให้งานก่อนหน้าเสร็จแล้วค่อยสั่งงานใหม่

AI ใช้เวลานานจนขึ้นว่าหมดเวลา

งานอาจยังทำอยู่ รอสักครู่แล้วเปิดดูอีกครั้งก่อนสั่งซ้ำ เพื่อไม่ให้เสียเงินสองรอบ

ผล AI ได้หน้าน้อยกว่าที่ขอ

ระบบตัดจำนวนหน้าให้ไม่เกินโควตาของแพ็กเกจ

ขึ้นว่าหน้าเปลี่ยนไประหว่างรอ AI

มีการแก้หน้านั้นระหว่างที่ AI ทำงาน ปิดผลลัพธ์นี้แล้วสั่งใหม่อีกครั้ง

กลับขึ้นด้านบน ↑

เผยแพร่เว็บและย้อนกลับเวอร์ชันก่อน

กด เผยแพร่ ครั้งเดียว เว็บขึ้นจริงทันที ทุกครั้งที่เผยแพร่ระบบเก็บเป็นเวอร์ชันไว้ย้อนกลับได้

  1. แก้เว็บเสร็จ กด เผยแพร่ ที่มุมขวาบน
  2. ระบบบันทึก เผยแพร่ และเปิดเว็บจริงในแท็บใหม่ให้ตรวจดู
แพ็กเกจเผยแพร่ต่อเดือนต่อวัน
Free305
Starter4010
Business12030

เกินโควตาแล้วยังเผยแพร่ได้ ครั้งละ US$0.03 จาก Wallet เผยแพร่ซ้ำโดยไม่ได้แก้อะไรไม่นับโควตา

ย้อนกลับไปเวอร์ชันก่อน

  1. ที่การ์ดเว็บกด ตั้งค่า แล้วเปิดแท็บ เวอร์ชัน
  2. ใน ประวัติเวอร์ชัน เลือกเวอร์ชันที่ต้องการ กด ย้อนมาใช้ แล้ว ยืนยันนำขึ้นออนไลน์

การย้อนเวอร์ชันไม่นับโควตาเผยแพร่ และดาวน์โหลดไฟล์เว็บเป็น ZIP ได้จาก ส่งออก ในแท็บเดียวกัน

ถ้าเจอปัญหา

แก้แล้วแต่ลูกค้ายังเห็นเว็บแบบเก่า

ตรวจว่ากด เผยแพร่ แล้ว ไม่ใช่แค่บันทึก จากนั้นรีเฟรชหน้าเว็บ (บนมือถือลองปิดแล้วเปิดเบราว์เซอร์ใหม่)

ผู้เข้าชมเห็น “เว็บไซต์ยังไม่ได้เผยแพร่”

เว็บนี้ยังไม่เคยกดเผยแพร่เลย เข้าหน้าแก้เว็บแล้วกด เผยแพร่

ขึ้นว่า “ต้องมีหน้าแรก index”

หน้าแรกของเว็บถูกลบหรือเปลี่ยนชื่อ สร้างหน้าที่ใช้ที่อยู่ index เป็นหน้าแรก

ขึ้นว่า “Site นี้ถูกพักเพราะ Site เพิ่มไม่ได้ต่ออายุ”

เว็บนี้เป็นเว็บที่ซื้อเพิ่มและต่ออายุไม่สำเร็จ (ขึ้นป้าย พักไว้) เติมเงินแล้วซื้อเว็บเพิ่มอีกครั้ง หรือลบเว็บอื่นเพื่อคืนที่

ขึ้นว่า “แพ็กเกจถูกพักชั่วคราว”

ดูหัวข้อ เงินในกระเป๋าไม่พอ เติมเงินแล้วเผยแพร่ใหม่

กลับขึ้นด้านบน ↑

ผูกโดเมนของคุณเอง

ให้เว็บเปิดด้วยชื่อร้านคุณ เช่น www.ร้านคุณ.com ใช้ได้กับแพ็กเกจ Starter ขึ้นไป HTTPS ออกให้อัตโนมัติ

  1. ที่การ์ดเว็บกด ตั้งค่า แล้วเปิดแท็บ โดเมน
  2. พิมพ์โดเมน เช่น www.example.com แล้วกด เพิ่มโดเมน สถานะจะเป็น รอยืนยัน DNS
  3. เข้าระบบของที่ที่คุณซื้อโดเมน (หรือผู้ให้บริการ DNS) แล้วเพิ่ม 2 record ตามที่หน้าจอแสดง
  4. กลับมากด ตรวจสอบ DNS เมื่อสำเร็จจะขึ้นว่า ยืนยันโดเมนแล้ว
ชนิดชื่อ (Host)ค่า (Value)ไว้ทำอะไร
CNAMEโดเมนของคุณ เช่น wwwที่อยู่ฟรีของเว็บ ชื่อ-url.sites.ภูมิภาค.thailandhosting.comชี้โดเมนมาที่เว็บ
TXT_thailandhosting (หรือ _thailandhosting.www)รหัสที่แสดงบนหน้าจอยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของโดเมน

ถ้าช่องชื่อของผู้ให้บริการเติมชื่อโดเมนให้เอง ใส่แค่ _thailandhosting หรือ _thailandhosting.www ไม่ต้องพิมพ์ชื่อโดเมนซ้ำ

แนะนำให้ใช้ www. หลายผู้ให้บริการไม่ให้ใส่ CNAME ที่โดเมนหลัก (ไม่มี www) ถ้าจะใช้โดเมนหลัก ให้ใช้ record แบบ ALIAS / ANAME / CNAME flattening แทน

HTTPS

หลังยืนยันโดเมน ระบบออกใบรับรอง HTTPS ให้เองตอนมีคนเปิดเว็บผ่าน HTTPS ครั้งแรก ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม โดเมนที่ยืนยันแล้วจะกลายเป็นที่อยู่หลักของเว็บสำหรับ Google ด้วย

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “ยังไม่พบ TXT record”

DNS อาจใช้เวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมงกว่าจะมีผล รอแล้วกดตรวจใหม่ ถ้ายังไม่ผ่าน ตรวจว่าชื่อ record ไม่ได้ถูกเติมโดเมนซ้ำ เช่น _thailandhosting.example.com.example.com

ขึ้นว่า “TXT record ไม่ตรงกับ token”

คัดลอกรหัสจากหน้าจอใหม่ทั้งหมด ระวังช่องว่างหรือเครื่องหมายคำพูดที่ติดมา และลบ TXT record เก่าที่ไม่ใช้

ยืนยันแล้ว แต่เปิดโดเมนไม่ขึ้นเว็บ

การยืนยันตรวจเฉพาะ TXT ให้ตรวจว่า CNAME ชี้ไปที่ที่อยู่ฟรีของเว็บถูกต้อง และไม่มี A record เก่าของโดเมนเดียวกันค้างอยู่

เปิดด้วย https แล้วเบราว์เซอร์เตือนว่าไม่ปลอดภัย

ใบรับรองออกหลังการเปิดเว็บครั้งแรก รอสักครู่แล้วลองใหม่ ถ้าใช้ Cloudflare ให้ตั้ง record นี้เป็น DNS only (เมฆสีเทา) อย่างน้อยจนกว่า HTTPS จะใช้ได้ เพราะระบบต้องเข้าถึงโดเมนผ่าน HTTP เพื่อออกใบรับรอง ถ้าเกิน 1 ชั่วโมงให้เปิด ticket

ขึ้นว่า “โดเมนนี้ยืนยันกับเว็บไซต์อื่นแล้ว” หรือ “โดเมนถูกใช้แล้ว”

โดเมนนี้ผูกกับเว็บอื่นอยู่ ลบโดเมนออกจากเว็บเดิมก่อน ถ้าไม่ใช่เว็บของคุณให้เปิด ticket

ขึ้นว่า “Custom domain สำหรับ Paid plan”

แพ็กเกจ Free ใช้ได้เฉพาะที่อยู่ฟรี อัปเกรดเป็น Starter หรือ Business เพื่อผูกโดเมน

โดเมนภาษาไทยใส่ไม่ได้

แปลงโดเมนเป็นรูปแบบ Punycode (ขึ้นต้นด้วย xn--) ก่อนใส่ ผู้ขายโดเมนส่วนใหญ่แสดงรูปแบบนี้ให้

กลับขึ้นด้านบน ↑

SEO: ให้ Google และ AI ค้นเจอ

ตั้งชื่อ คำอธิบาย และรูปที่แสดงเวลาแชร์ ได้ทั้งเว็บและรายหน้า

ที่การ์ดเว็บกด ตั้งค่า แล้วเปิดแท็บ SEO บันทึกแล้วมีผลกับเว็บที่เผยแพร่อยู่ทันที ไม่ต้องเผยแพร่ใหม่

ส่วนใช้ทำอะไรแพ็กเกจ
ภาษาของเว็บไซต์บอก Google ว่าเว็บเป็นภาษาไทย อังกฤษ หรือลาวทุกแพ็กเกจ
ผลการค้นหา Googleชื่อ (ไม่เกิน 60 ตัว) และคำอธิบาย (70–160 ตัว) พร้อมตัวอย่างผลค้นหาStarter, Business
การแชร์บนโซเชียลรูปตอนแชร์ลิงก์ (1200×630) และไอคอนเว็บStarter, Business
SEO รายหน้าชื่อ คำอธิบาย รูป แยกแต่ละหน้า และ ซ่อนหน้านี้จาก GoogleStarter, Business
ส่งเว็บให้ Google และ Bingที่อยู่ sitemap และช่องใส่รหัสยืนยัน Search Console / BingStarter, Business
ค้นหาผ่าน AIทำให้ ChatGPT และ AI อื่นเข้าใจธุรกิจคุณ พร้อมฟอร์ม ข้อมูลธุรกิจ (ประเภท เบอร์โทร ที่อยู่ เวลาเปิด โซเชียล)Business

เว็บแพ็กเกจ Free มีป้ายเล็ก ๆ “สร้างด้วย ThailandHosting” ที่มุมขวาล่าง อัปเกรดแล้วป้ายหายเองโดยไม่ต้องเผยแพร่ใหม่

  1. ผูกโดเมนของคุณก่อน (Google จะใช้โดเมนนี้เป็นที่อยู่หลัก)
  2. ใส่ชื่อและคำอธิบายที่มีชื่อร้าน ประเภทธุรกิจ และพื้นที่ เช่น “ร้านกาแฟคั่วเอง อารีย์”
  3. สมัคร Google Search Console ใส่รหัสยืนยันในแท็บ SEO แล้วส่ง /sitemap.xml

ถ้าเจอปัญหา

ค้นใน Google ยังไม่เจอเว็บ

เว็บใหม่อาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่า Google จะเก็บข้อมูล ส่ง sitemap ผ่าน Google Search Console ช่วยให้เร็วขึ้น และตรวจว่าไม่ได้เปิด ซ่อนหน้านี้จาก Google ไว้

ขึ้นว่า “รหัสยืนยัน Google Search Console ไม่ถูกต้อง”

ใส่เฉพาะรหัสใน content="…" ของแท็ก meta ที่ Google ให้มา ไม่ต้องวางทั้งแท็ก

ขึ้นว่า “ลิงก์รูปต้องขึ้นต้นด้วย https://”

เลือกรูปจากคลังสื่อแทนการวางลิงก์ หรือใช้ลิงก์ที่ขึ้นต้นด้วย https://

แชร์ลิงก์ลง Facebook หรือ LINE แล้วรูปไม่เปลี่ยน

แอปเหล่านี้จำรูปเก่าไว้ช่วงหนึ่ง ใช้เครื่องมือ Sharing Debugger ของ Facebook เพื่อดึงข้อมูลใหม่ หรือรอสักพัก

กลับขึ้นด้านบน ↑

ลบเว็บไซต์

ลบถาวร เว็บจะออฟไลน์ทุกโดเมน และหน้าเว็บ เวอร์ชัน และไฟล์ทั้งหมดถูกลบ

  1. ที่การ์ดเว็บกดไอคอนถังขยะ (หรือ ตั้งค่า > แท็บ ทั่วไป > ลบเว็บไซต์)
  2. พิมพ์ URL ของเว็บให้ตรง แล้วกด ลบถาวร

กู้คืนไม่ได้ ถ้าอาจต้องใช้อีก ดาวน์โหลด ZIP จากแท็บ เวอร์ชัน > ส่งออก เก็บไว้ก่อน

ถ้าเจอปัญหา

ลบไม่ได้ ขึ้นว่า “มีงานกำลังทำงาน”

มีการเผยแพร่หรืองานอื่นของเว็บนี้ค้างอยู่ รอให้เสร็จแล้วลองใหม่

กลับขึ้นด้านบน ↑

Business Apps: สั่งอาหาร ร้านค้า และระบบจอง

ให้เว็บรับออเดอร์ ขายของ และรับจองได้เอง ลูกค้าจ่ายเข้าบัญชีร้านโดยตรง ไม่มีค่าคอมมิชชัน

เปิดและปิด Business Apps

เปิดทีละเว็บ ใช้ได้กับแพ็กเกจ Starter และ Business และเว็บที่สร้างด้วยเครื่องมือลากวาง

  1. ไปที่ เว็บไซต์ เลือกเว็บ แล้วกด ตั้งค่า (หรือ ตั้งค่าเว็บไซต์ จากหน้าแก้เว็บ)
  2. เปิดแท็บ ร้านค้า / สั่งออนไลน์ / จอง แล้วกด เปิด Business Apps
  3. ตรวจยอดแล้วกด ยืนยัน ระบบตัดเงินจาก Wallet ตามจำนวนวันที่เหลือของเดือน (ถ้ารวมในแพ็กเกจจะขึ้นว่า ยืนยัน (รวมในแพ็กเกจ))
  4. รอ 1–2 นาทีระหว่างที่ระบบ เตรียมฐานข้อมูลร้านค้า เสร็จแล้วแท็บย่อยต่าง ๆ จะพร้อมใช้
StarterBusiness
ราคาUS$8.90 ต่อเว็บต่อเดือนฟรี 1 เว็บ เว็บถัดไป US$8.90
ออเดอร์ต่อเดือน5005,000
การจองออนไลน์ต่อเดือน3003,000
รายการในเมนู / สินค้า60500
บริการ / ห้องพัก10100
บัญชีพนักงาน320
จอครัว, ดาวน์โหลด CSV, ซิงก์ปฏิทิน Airbnb / Booking.com

โควตานับตามเดือนปฏิทิน (เวลาไทย) และเริ่มนับใหม่ทุกวันที่ 1 ค่าส่วนเสริมต่ออายุพร้อมบิลสิ้นเดือน

ปิด Business Apps

กด ปิด Business Apps ร้านยังรับออเดอร์ได้ถึงสิ้นรอบบิล (ขึ้นป้าย สิ้นสุดรอบบิลนี้) เปลี่ยนใจกด ใช้งานต่อ ได้ฟรี เมนู สินค้า และประวัติออเดอร์ยังเก็บไว้ เปิดใหม่เมื่อไรก็กลับมาครบ

เฉพาะเจ้าของบัญชีเท่านั้นที่เปิดหรือปิด Business Apps ได้

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “ยอดเงินใน Wallet ไม่พอสำหรับเปิด Business Apps”

เติมเงินให้พอกับยอดที่แสดง แล้วกดเปิดอีกครั้ง

ขึ้นว่า “Business Apps ใช้ได้กับแพ็กเกจ Starter หรือ Business และเว็บที่สร้างด้วย Website Builder”

แพ็กเกจ Free และเว็บที่ deploy จาก Git (Static Web) ใช้ Business Apps ไม่ได้ อัปเกรดแพ็กเกจ หรือใช้กับเว็บที่สร้างด้วยเครื่องมือลากวาง

ขึ้นว่า “ฐานข้อมูลร้านค้ากำลังเริ่มทำงาน”

ระบบกำลังเตรียมร้าน รอสักครู่แล้วลองใหม่

Business Apps ถูกปิดเองตอนต้นเดือน

สิ้นเดือนเงินใน Wallet ไม่พอค่าส่วนเสริม ระบบจึงปิดเว็บที่เปิด Business Apps ล่าสุดก่อน เติมเงินแล้วกดเปิดใหม่ในหน้าตั้งค่าเว็บ ข้อมูลร้านยังอยู่ครบ

กลับขึ้นด้านบน ↑

ตั้งค่าร้านและการรับเงินผ่านพร้อมเพย์

ร้านใหม่ยังปิดรับออเดอร์อยู่ จนกว่าจะตั้งค่าร้านและกดบันทึกหนึ่งครั้ง

  1. ในแท็บ ร้านค้า / สั่งออนไลน์ / จอง เปิดแท็บย่อย ตั้งค่าร้าน
  2. สถานะร้าน: เปิด เปิดรับออเดอร์ออนไลน์ ใส่ชื่อร้าน และประกาศบนเมนูถ้ามี
  3. วิธีรับสินค้า: เลือกอย่างน้อยหนึ่งแบบ สั่งแล้วมารับที่ร้าน ทานที่ร้าน (สั่งที่โต๊ะ) หรือ จัดส่งถึงบ้าน ถ้าจัดส่ง ใส่ค่าส่ง ยอดขั้นต่ำส่งฟรี และพื้นที่จัดส่ง
  4. การชำระเงิน: ใส่ พร้อมเพย์ และชื่อบัญชี และ/หรือเปิด รับเงินสดที่ร้าน
  5. ช่องทางสั่งอื่น: ใส่ LINE ID และเบอร์โทร ลูกค้าจะเห็นตอนร้านหยุดรับออเดอร์ชั่วคราว
  6. กดบันทึกที่แถบด้านล่าง ระบบขึ้นว่า บันทึกการตั้งค่าร้านแล้ว

ลูกค้าจ่ายเงินอย่างไร

  1. ลูกค้าเลือกพร้อมเพย์ แล้วเห็น QR ตามยอดที่ต้องจ่ายพอดี สแกนจ่ายด้วยแอปธนาคาร
  2. ลูกค้ากด โอนแล้ว แจ้งร้าน ออเดอร์ในร้านจะขึ้นว่า ลูกค้าแจ้งว่าโอนแล้ว ตรวจยอดในแอปธนาคาร
  3. ร้านเปิดแอปธนาคารตรวจว่าเงินเข้าจริง แล้วกด ได้รับเงินแล้ว

ระบบไม่ได้ตรวจสลิปหรือยอดเงินให้อัตโนมัติ ร้านต้องตรวจในแอปธนาคารเองทุกครั้งก่อนกด ได้รับเงินแล้ว เงินเข้าบัญชีร้านโดยตรง เราไม่ได้ถือเงินของคุณ

ถ้าเลือกเงินสด ออเดอร์จะแสดงว่า เงินสด หรือ เก็บเงินปลายทาง สำหรับออเดอร์ที่จัดส่ง

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “พร้อมเพย์ต้องเป็นเบอร์มือถือ 10 หลัก เลขประจำตัวประชาชน/ผู้เสียภาษี 13 หลัก หรือ e-Wallet 15 หลัก”

ใส่เฉพาะตัวเลขของพร้อมเพย์ให้ครบตามจำนวนหลัก ไม่ต้องมีขีดหรือเว้นวรรค

ขึ้นว่า “เลือกวิธีรับสินค้าอย่างน้อย 1 แบบ”

ติ๊กอย่างน้อยหนึ่งแบบในส่วน วิธีรับสินค้า แล้วบันทึกใหม่

ขึ้นว่า “เลือกวิธีชำระเงินอย่างน้อย 1 แบบ”

ใส่พร้อมเพย์ หรือเปิดรับเงินสดที่ร้าน อย่างน้อยหนึ่งอย่าง

ลูกค้าเห็นว่า “ตอนนี้ร้านปิดรับออเดอร์ออนไลน์”

ตรวจว่าเปิด เปิดรับออเดอร์ออนไลน์ ไว้ มีวิธีรับสินค้าและวิธีชำระเงินอย่างน้อยอย่างละหนึ่ง และกดบันทึกแล้ว

กลับขึ้นด้านบน ↑

รับสั่งอาหาร: เมนู QR ประจำโต๊ะ และจอครัว

ลูกค้าสแกน QR ที่โต๊ะแล้วสั่งเองจากมือถือ ออเดอร์เข้าร้านทันที

เพิ่มเมนู

  1. เปิดแท็บย่อย เมนู / สินค้า แล้วกด เพิ่มสินค้า
  2. ใส่ชื่อ ราคา หมวด คำอธิบาย และรูปจากคลังรูปของเว็บ
  3. ถ้ามีตัวเลือก เช่น ความหวาน ขนาด ร้อน/เย็น/ปั่น เลือกจากชุดสำเร็จ หรือกด กลุ่มใหม่ กำหนดได้ว่า ต้องเลือก หรือ เลือกได้หลายอย่าง
  4. ปิดสวิตช์ มีขาย เมื่อของหมด ลูกค้าจะเห็นป้าย หมด ใช้ลูกศรขึ้นลงเพื่อเรียงลำดับ

ในหน้าแก้เว็บ ลากบล็อกเมนูมาวางในหน้าที่ต้องการ เมนูที่กรอกไว้จะแสดงให้เอง

พิมพ์ QR ประจำโต๊ะ

  1. ใน ตั้งค่าร้าน ส่วน QR ประจำโต๊ะ ใส่ จำนวนโต๊ะ (1–60) และเลือก หน้าที่มีเมนู
  2. กด พิมพ์ QR ได้แผ่นละ 3 คอลัมน์ ตัดแปะที่โต๊ะ

จัดการออเดอร์

ออเดอร์เดินตามลำดับ: ใหม่ → กด รับออเดอร์กำลังทำ → กด ทำเสร็จแล้วพร้อมรับ → กด ส่งมอบแล้วเสร็จแล้ว หน้าออเดอร์รีเฟรชเองทุก 10 วินาที ลูกค้าเห็นสถานะเดียวกันในมือถือ

จอครัว (แพ็กเกจ Business)

กด จอครัว เพื่อเปิดหน้าจอสามช่อง ออเดอร์ใหม่ · กำลังทำ · รอรับ รีเฟรชทุก 5 วินาที กด เปิดเสียงแจ้งเตือน และ เต็มจอ แล้ววางแท็บเล็ตไว้ในครัว

ถ้าเจอปัญหา

ออเดอร์เก่าหายไปจากหน้าออเดอร์

มุมมอง กำลังดำเนินการ แสดงเฉพาะออเดอร์ที่ยังไม่เสร็จและของ 12 ชั่วโมงล่าสุด เลือก ทั้งหมด เพื่อดูย้อนหลัง

เปิดเสียงจอครัวแล้วไม่ดัง

เบราว์เซอร์ต้องได้รับการแตะหน้าจอก่อนจึงเล่นเสียงได้ กด เปิดเสียงแจ้งเตือน อีกครั้ง และตรวจว่าแท็บเล็ตไม่ได้ปิดเสียงไว้

เปลี่ยนสถานะออเดอร์ไม่ได้ ขึ้นว่า “ออเดอร์นี้ปิดไปแล้ว”

ออเดอร์ที่เสร็จหรือยกเลิกแล้วแก้ไม่ได้อีก

ลูกค้าเห็น “บางรายการหมดแล้ว กรุณาแก้ตะกร้า”

มีเมนูในตะกร้าที่ถูกปิด มีขาย หรือสต็อกหมด ลูกค้าต้องเอารายการนั้นออกแล้วสั่งใหม่

กลับขึ้นด้านบน ↑

ร้านค้าออนไลน์: สต็อกและการจัดส่ง

ตัดสต็อกให้เอง ของหมดไม่ขายเกิน และส่งเลขพัสดุให้ลูกค้าติดตามได้

นับสต็อก

ในหน้าแก้สินค้า เปิด นับสต็อก แล้วใส่ จำนวนคงเหลือ ทุกออเดอร์ตัดสต็อกทันที เหลือ 0 สินค้าขึ้นว่าหมดเอง ยกเลิกออเดอร์แล้วสต็อกคืนอัตโนมัติ

จัดส่งพัสดุ

  1. เปิดออเดอร์ที่เลือกจัดส่ง แล้วกด จัดส่ง
  2. เลือกบริษัทขนส่ง (ไปรษณีย์ไทย, Flash, Kerry, J&T, Ninja Van, Best, SCG, Lalamove, Grab หรือพิมพ์ชื่อเอง) แล้วใส่เลขพัสดุ
  3. สถานะเปลี่ยนเป็น จัดส่งแล้ว ลูกค้าเห็นเลขพัสดุพร้อมปุ่มคัดลอก
  4. เมื่อของถึงมือลูกค้า กด ส่งถึงแล้ว เพื่อปิดออเดอร์

ค่าส่ง ยอดขั้นต่ำส่งฟรี และพื้นที่จัดส่ง ตั้งได้ใน ตั้งค่าร้าน (เว้นว่างหรือใส่ 0 ที่ยอดส่งฟรี คือไม่มีส่งฟรี)

ถ้าเจอปัญหา

ลูกค้าเห็น “สินค้าบางรายการมีไม่พอ กรุณาลดจำนวน”

จำนวนที่สั่งเกินสต็อกที่เหลือ เพิ่มสต็อก หรือให้ลูกค้าลดจำนวน

เพิ่มสินค้าไม่ได้ ขึ้นว่าเพิ่มได้สูงสุดกี่รายการ

ครบจำนวนรายการของแพ็กเกจแล้ว (Starter 60 · Business 500) ลบรายการที่ไม่ขาย หรืออัปเกรดเป็น Business

กลับขึ้นด้านบน ↑

ระบบจองคิว นัดหมาย และห้องพัก

ลูกค้าเห็นช่วงเวลาที่ว่างและจองเองผ่านเว็บ ระบบไม่ให้จองเกินจำนวนที่รับได้

เพิ่มบริการหรือห้องพัก

  1. เปิดแท็บย่อย บริการ / ห้องพัก แล้วกด เพิ่มบริการ / ห้อง
  2. เลือกชนิด บริการ (นัดหมาย) พร้อมระยะเวลา หรือ ห้องพัก (รายคืน)
  3. ใส่ราคา (0 = จองฟรี) จำนวน รับพร้อมกันได้ หรือ จำนวนห้องประเภทนี้ และจำนวนคนสูงสุดต่อการจอง
  4. เปิด เปิดให้จอง แล้วบันทึก

ตั้งเวลาทำการ

ใน ตั้งค่าร้าน ส่วน การจอง: เปิด เปิดรับจองออนไลน์ ตั้งเวลาทำการแต่ละวัน ช่วงห่างของรอบ ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยเท่าไร จองล่วงหน้าได้กี่วัน และ วันหยุดพิเศษ เลือก ยืนยันการจองอัตโนมัติ ได้ถ้าไม่อยากกดยืนยันเอง

ห้องพักรายคืนไม่ใช้เวลาทำการและวันหยุด ลูกค้าจองได้ 1–30 คืนต่อครั้ง

จัดการการจอง

รอยืนยัน → กด ยืนยันการจองยืนยันแล้ว → กด ใช้บริการแล้ว หรือ ไม่มาตามนัด ลูกค้าที่โทรมาหรือ walk-in ให้กด เพิ่มการจอง ระบบลงคิวให้ทันทีโดยไม่ชนกับคิวอื่น และไม่นับรวมในโควตาการจองออนไลน์

ซิงก์ปฏิทินกับ Airbnb และ Booking.com

  • ลิงก์ปฏิทินของเรา (ทุกแพ็กเกจ): คัดลอกไปใส่ใน Airbnb หรือ Booking.com เพื่อปิดวันที่ถูกจองผ่านเว็บ ลิงก์แสดงเฉพาะคำว่า Reserved ไม่มีข้อมูลลูกค้า
  • นำเข้าปฏิทิน (แพ็กเกจ Business): วางลิงก์ .ics แบบ https ได้สูงสุด 5 ลิงก์ ระบบดึงทุก 30 นาที หรือกด ซิงก์ตอนนี้

ถ้าเจอปัญหา

ลูกค้าเห็น “วันนี้ไม่มีเวลาว่าง”

วันนั้นอาจเป็นวันหยุดหรือร้านปิด อยู่ในช่วงที่ต้องจองล่วงหน้า เกินจำนวนวันที่เปิดให้จอง หรือคิวเต็มแล้ว (รวมวันที่ถูกปิดจากปฏิทินที่นำเข้า) ตรวจค่าในส่วน การจอง

ลูกค้าเห็น “ช่วงเวลานี้เพิ่งเต็ม กรุณาเลือกใหม่”

มีคนจองช่วงเดียวกันไปก่อนไม่กี่วินาที ให้ลูกค้าเลือกเวลาอื่น

ลบบริการหรือห้องไม่ได้

ยังมีการจองในอนาคตค้างอยู่ ยกเลิกหรือรอให้การจองเหล่านั้นผ่านไปก่อน หรือปิด เปิดให้จอง แทนการลบ

ปฏิทิน Airbnb / Booking.com ไม่ซิงก์ (ขึ้นป้าย iCal สีแดง)

อ่านข้อความใต้ปุ่ม ซิงก์ตอนนี้: “ลิงก์ไม่ถูกต้อง” ให้คัดลอกลิงก์ .ics ใหม่ (ต้องขึ้นต้นด้วย https) “เชื่อมต่อไม่ได้” หรือ “ตอบกลับ …” ให้ลองใหม่ภายหลัง “ไม่ใช่ไฟล์ปฏิทิน iCal” แปลว่าวางลิงก์ผิดประเภท ระหว่างที่ซิงก์ไม่สำเร็จ ระบบยังใช้วันที่ปิดไว้จากครั้งล่าสุด

ขึ้นว่า “ซิงก์บ่อยเกินไป”

รอสักครู่แล้วกด ซิงก์ตอนนี้ ใหม่ ระบบซิงก์เองทุก 30 นาทีอยู่แล้ว

กลับขึ้นด้านบน ↑

บัญชีพนักงานร้าน

ให้พนักงานดูออเดอร์และคิวจากบัญชีของตัวเอง โดยไม่ต้องบอกรหัสของเจ้าของร้าน

  1. เปิดแท็บย่อย ทีมร้าน แล้วกด เพิ่มพนักงาน
  2. ใส่ชื่อที่แสดง ชื่อผู้ใช้ (a-z, 0-9, จุด, ขีด 3–32 ตัว เปลี่ยนภายหลังไม่ได้) และรหัสผ่าน 8 ตัวขึ้นไป หรือกด สุ่มรหัส
  3. เลือกบทบาท พนักงาน หรือ ผู้จัดการร้าน
  4. คัดลอกรหัสผ่าน (แสดงครั้งเดียว) และ ลิงก์เข้าสู่ระบบสำหรับพนักงาน ส่งให้พนักงาน
บทบาททำอะไรได้
พนักงานออเดอร์ (รวมกดได้รับเงินแล้ว) การจอง เพิ่มการจองทางโทรศัพท์ และจอครัว ดูเมนูได้แต่แก้ไม่ได้
ผู้จัดการร้านทุกอย่างของพนักงาน บวกแก้เมนู สต็อก บริการและห้องพัก ซิงก์ปฏิทิน รายงาน และ CSV
เจ้าของตั้งค่าร้าน ข้อมูลพร้อมเพย์ เปิดปิด Business Apps และจัดการบัญชีพนักงาน

พนักงานเข้าสู่ระบบค้างได้ 30 วัน เปลี่ยนรหัสผ่านเองได้ ออเดอร์และการจองแสดงว่าใครแก้ล่าสุด

ถ้าเจอปัญหา

พนักงานเข้าไม่ได้ ขึ้นว่า “ชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง”

ตรวจว่าพนักงานใช้ลิงก์เข้าสู่ระบบของร้านนี้จริง ชื่อผู้ใช้ต้องพิมพ์เป็นตัวเล็ก ถ้าลืมรหัส เจ้าของร้านตั้งรหัสใหม่ได้ใน ทีมร้าน

ขึ้นว่า “บัญชีนี้ถูกปิดใช้งาน ติดต่อเจ้าของร้าน”

เจ้าของร้านปิดสวิตช์ เปิดใช้งาน ของพนักงานคนนี้ไว้ เปิดกลับได้ใน ทีมร้าน

ขึ้นว่า “บัญชีพนักงานนี้เกินจำนวนที่แพ็กเกจของร้านรองรับ”

มักเกิดหลังลดจาก Business เป็น Starter บัญชีที่สร้างก่อนยังใช้ได้ บัญชีที่เกิน (ป้าย เกินแพ็กเกจ เข้าไม่ได้) ต้องลบบัญชีอื่นออกก่อน การปิดใช้งานไม่คืนที่ว่าง

เพิ่มพนักงานไม่ได้ ขึ้นว่า “บัญชีพนักงานครบตามแพ็กเกจแล้ว”

ลบบัญชีที่ไม่ใช้แล้ว (บัญชีที่ปิดใช้งานยังนับรวม) หรืออัปเกรดเป็น Business ที่รับได้ 20 คน

ขึ้นว่า “เฉพาะผู้จัดการร้านเท่านั้น”

หน้านั้นต้องใช้บทบาทผู้จัดการร้าน เจ้าของร้านเปลี่ยนบทบาทให้ได้ใน ทีมร้าน

กลับขึ้นด้านบน ↑

รายงานยอดขายและไฟล์ CSV

ดูยอดขายรายเดือน รายการขายดี และดาวน์โหลดข้อมูลไปทำบัญชีต่อ

แท็บย่อย รายงาน เลือกเดือนที่ต้องการ แสดงยอดขายรวม ยอด รับเงินแล้ว (เฉพาะออเดอร์ที่กดได้รับเงินแล้ว) จำนวนออเดอร์และการจอง ยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ ยอดรายวัน และ 10 อันดับเมนูและบริการยอดนิยม ออเดอร์ที่ยกเลิกและการจองที่ไม่มาตามนัดไม่นับรวมในยอด

แพ็กเกจ Business มีปุ่มดาวน์โหลด CSV ในหน้าออเดอร์และการจอง ได้ไฟล์ของเดือนที่เลือก เปิดใน Excel แล้วอ่านภาษาไทยได้

ถ้าเจอปัญหา

ยอด “รับเงินแล้ว” น้อยกว่ายอดขาย

มีออเดอร์ที่ยังไม่ได้กด ได้รับเงินแล้ว ตรวจยอดในแอปธนาคารแล้วกดยืนยันให้ครบ

ลูกค้าเห็น “ร้านรับออเดอร์ออนไลน์เต็มแล้วในเดือนนี้”

ใช้โควตาออเดอร์หรือการจองของเดือนครบแล้ว (ออเดอร์ที่ยกเลิกก็นับ) โควตาเริ่มใหม่วันที่ 1 หรืออัปเกรดเป็น Business เพื่อรับได้มากขึ้นทันที

กลับขึ้นด้านบน ↑

WordPress

WordPress ที่ติดตั้งเสร็จ พร้อมฐานข้อมูลของตัวเอง HTTPS และสำรองข้อมูลอัตโนมัติ

ติดตั้ง WordPress

ตอบคำถามไม่กี่ข้อ แล้วรอประมาณ 1–2 นาที เว็บ WordPress ก็พร้อมใช้

  1. ไปที่เมนู WordPress แล้วกด ติดตั้ง WordPress
  2. เว็บไซต์: ตั้งชื่อ ตั้ง ที่อยู่เว็บ (a-z, 0-9, ขีด 3–38 ตัว เปลี่ยนภายหลังไม่ได้) และเลือกภาษาเริ่มต้น ภาษาไทยหรือ English
  3. ผู้ดูแล: ตั้งชื่อผู้ใช้ (ห้ามใช้ admin) และอีเมลผู้ดูแล ระบบสร้างรหัสผ่านให้อัตโนมัติ
  4. แพ็กเกจและพื้นที่: เลือก Starter, Business หรือ Growth และพื้นที่ดิสก์ SSD หรือ HDD
  5. Backup: ค่าเริ่มต้นสำรองทุกวันตอนตี 2 เก็บ 7 ชุด ปรับได้
  6. ตรวจสอบแล้วกด ติดตั้ง WordPress

เว็บจะเปิดได้ที่ ชื่อ.wordpress.ภูมิภาค.thailandhosting.com ตามที่แสดงในหน้าภาพรวม ต้องมียอดใน Wallet อย่างน้อย $5.99 ก่อนติดตั้ง และคิดค่าบริการตามการใช้งานรายชั่วโมง ดูราคาได้ที่ หน้าคำนวณราคา

กลับขึ้นด้านบน ↑

เข้า wp-admin ปลั๊กอิน ธีม และ Backup

จัดการเว็บ WordPress จากหน้าจัดการได้เลย ไม่ต้องจำรหัสผ่านอีกชุด

  • เข้า wp-admin: กดปุ่มในหน้าภาพรวม ระบบพาเข้าสู่ระบบให้ด้วยลิงก์ใช้ครั้งเดียว (ใช้ได้ 60 วินาที)
  • ปลั๊กอิน และ ธีม: ค้นจาก WordPress.org แล้วกด ติดตั้ง หรือ ติดตั้งและเปิดใช้ เปิด/ปิดใช้งาน อัปเดต หรือลบได้จากแท็บนี้
  • Backups: แต่ละชุดเก็บทั้งไฟล์ (wp-content) และฐานข้อมูล สั่งสำรองเองได้ และกด กู้คืน เพื่อย้อนทั้งเว็บ
  • ตั้งค่า: หยุดหรือเริ่มเว็บ และลบบริการ

การกู้คืนจะแทนที่ไฟล์และฐานข้อมูลปัจจุบันทั้งหมด ถ้ามีข้อมูลใหม่ที่อยากเก็บ ให้สั่ง Backup ก่อนกู้คืน

ฐานข้อมูลของ WordPress ใช้ได้เฉพาะภายในเครือข่ายส่วนตัว (VPC) ของ Project เปิดให้เชื่อมต่อจากภายนอกไม่ได้

ตอนนี้เว็บ WordPress ใช้ที่อยู่ของระบบเท่านั้น ยังผูกโดเมนของตัวเองไม่ได้ ถ้าต้องใช้โดเมนร้านทันที ให้ใช้เว็บไซต์แบบลากวางหรือ Static Web

ถ้าเจอปัญหา

เปิดเว็บแล้วขึ้น 503 “WordPress is being installed” หรือ “site is starting”

เว็บกำลังติดตั้งหรือกำลังเริ่มทำงาน รอ 1–2 นาทีแล้วรีเฟรช

ขึ้น 503 “site is stopped”

เว็บถูกหยุดไว้ ไปที่แท็บ ตั้งค่า แล้วกดเริ่มทำงาน

ขึ้น 503 “suspended for unpaid usage”

เงินใน Wallet หมดเกินช่วงผ่อนผัน เติมเงินแล้วบริการจะกลับมา

ขึ้น 502 “WordPress did not respond” หรือ 504

มักเกิดจากปลั๊กอินหรือธีมที่เพิ่งติดตั้งหรืออัปเดต ปิดปลั๊กอินล่าสุดจากแท็บ ปลั๊กอิน ถ้ายังไม่หาย กู้คืนจาก Backup ก่อนหน้า

กด เข้า wp-admin แล้วขึ้นว่า “สร้างลิงก์เข้าสู่ระบบไม่ได้”

เว็บอาจหยุดอยู่หรือกำลังเริ่ม รอให้สถานะเป็นทำงานแล้วกดใหม่ ลิงก์ใช้ได้ 60 วินาที ถ้าเปิดช้าให้กดปุ่มใหม่

สั่ง Backup หรือกู้คืนไม่ได้

“WordPress หรือฐานข้อมูลยังไม่ทำงาน” ให้เริ่มเว็บก่อน ส่วน “มี Backup หรือการกู้คืนที่กำลังทำงานอยู่” ให้รองานเดิมเสร็จ

กลับขึ้นด้านบน ↑

อีเมลชื่อโดเมน (Mail)

อีเมล you@ร้านคุณ.com ใช้ผ่าน Webmail และส่งอีเมลจากแอปได้

สร้าง Mail server

ต้องมีโดเมนที่คุณแก้ DNS ได้ ระบบพร้อมใช้ในประมาณ 1–2 นาที

  1. ไปที่เมนู Managed Email Server แล้วกด สร้าง Mail server
  2. ตั้งชื่อบริการและรหัสบริการ (a-z, 0-9, ขีด 3–38 ตัว เปลี่ยนภายหลังไม่ได้)
  3. ใส่ โดเมนอีเมล เช่น example.com และชื่อกล่องจดหมายผู้ดูแล (ค่าเริ่มต้น admin)
  4. เลือกแพ็กเกจ แล้วกด สร้าง Mail server
แพ็กเกจพื้นที่กล่องจดหมายจำนวนโดเมน
Starter10 GB3
Business50 GB10
Growth200 GB25

ต้องมียอดใน Wallet อย่างน้อย $2.99 ก่อนสร้าง

กลับขึ้นด้านบน ↑

ตั้งค่า DNS ของอีเมล

ต้องยืนยันโดเมนก่อนจึงจะรับอีเมลและเข้า Webmail ได้ ระบบบอกค่าที่ต้องใส่และตรวจให้ว่าถูกหรือยัง

  1. เปิด Mail server แล้วไปที่แท็บ โดเมน & DNS
  2. คัดลอก record ทุกตัวไปใส่ที่ผู้ให้บริการ DNS ของโดเมน
  3. กด ยืนยันโดเมน ภายหลังกด ตรวจ DNS อีกครั้ง เพื่อดูว่า record ไหนยังไม่ถูก
ชนิดชื่อค่าไว้ทำอะไร
TXTโดเมนของคุณthailandhosting-mail-verification=…ยืนยันความเป็นเจ้าของ (จำเป็น)
MX (10)โดเมนของคุณmail.thailandhosting.comรับอีเมล
TXTโดเมนของคุณv=spf1 include:_spf.mail.thailandhosting.com ~allSPF กันอีเมลปลอม
TXT…._domainkeyv=DKIM1; k=rsa; p=…DKIM ลายเซ็นอีเมล (ขึ้นเมื่อระบบพร้อม)
TXT_dmarcv=DMARC1; p=none; …DMARC (แนะนำ)

ใช้ค่าจากหน้าจอของคุณเสมอ ค่าในตารางนี้เป็นตัวอย่าง ถ้าใช้ Cloudflare ให้ตั้ง record ของอีเมลเป็น DNS only

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “ต้องยืนยันโดเมนก่อนจึงจะรับอีเมลและเข้า Webmail ได้”

ยังไม่ได้ใส่ TXT ยืนยันโดเมน หรือ DNS ยังไม่มีผล ใส่ record แล้วรอสักครู่ จากนั้นกด ตรวจ DNS อีกครั้ง

ขึ้นว่า “MX ยังไม่ชี้มาที่ mail.thailandhosting.com”

ลบ MX เดิมของผู้ให้บริการอีเมลเก่า แล้วเพิ่ม MX ใหม่ตามหน้าจอ ถ้ายังมี MX เก่าค้าง อีเมลบางฉบับจะไปที่เดิม

ขึ้นว่า “ตั้งค่า SPF ตามที่แนะนำ”

โดเมนหนึ่งมี SPF ได้ record เดียว ถ้ามีอยู่แล้ว ให้เพิ่ม include:_spf.mail.thailandhosting.com เข้าไปใน record เดิม อย่าสร้างอันใหม่ซ้อน

อีเมลที่ส่งออกไปเข้ากล่องสแปมของผู้รับ

ตรวจว่า SPF, DKIM และ DMARC ผ่านครบในแท็บ โดเมน & DNS ถ้าขึ้น “ยังไม่พบ DKIM record” ให้เพิ่ม DKIM ตามหน้าจอ

เพิ่มโดเมนไม่ได้

“แพ็กเกจนี้รองรับได้สูงสุด N โดเมน” ให้อัปเกรดแพ็กเกจ ส่วน “โดเมนนี้ถูกใช้งานอยู่แล้ว” แปลว่าโดเมนนี้เปิดอีเมลกับบริการหรือบัญชีอื่นอยู่

กลับขึ้นด้านบน ↑

สร้างกล่องจดหมาย ใช้ Webmail และส่งจากแอป

จัดการกล่องจดหมายและกลุ่มอีเมลใน Webmail ด้วยบัญชีผู้ดูแล

  1. หน้า ภาพรวม ของ Mail server กด แสดงรหัสผ่าน ของบัญชีผู้ดูแล
  2. กด เปิด Webmail แล้วเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลผู้ดูแลเต็ม ๆ เช่น [email protected]
  3. สร้างกล่องจดหมายของพนักงานและกลุ่มอีเมลในส่วนผู้ดูแลของ Webmail แล้วส่งอีเมลและรหัสผ่านให้แต่ละคน

ส่งอีเมลจากแอปหรือระบบอื่น (SMTP)

ค่าใส่
เซิร์ฟเวอร์mail.thailandhosting.com
พอร์ต587 (STARTTLS) หรือ 465 (SSL/TLS)
ชื่อผู้ใช้อีเมลเต็ม เช่น [email protected]
รหัสผ่านรหัสผ่านของกล่องจดหมายนั้น

ตอนนี้ระบบรองรับการอ่านอีเมลผ่าน Webmail และการส่งผ่าน SMTP ยังไม่รองรับ IMAP และ POP3 สำหรับดึงอีเมลเข้าแอป

ถ้าเจอปัญหา

รหัสผ่านผู้ดูแลในหน้าจัดการใช้เข้า Webmail ไม่ได้

ถ้าเคยเปลี่ยนรหัสใน Webmail หน้าจัดการจะไม่รู้รหัสใหม่ กด ตั้งรหัสผ่านใหม่ ในหน้าภาพรวม (ทุกเครื่องที่เข้าอยู่จะถูกออกจากระบบ)

หยุด Mail server ไว้ อีเมลที่ส่งมาช่วงนั้นหายไหม

ไม่หายทันที เซิร์ฟเวอร์ของผู้ส่งจะเก็บไว้และส่งซ้ำอีกระยะหนึ่ง เริ่ม Mail server กลับให้เร็วที่สุด

ลบโดเมนหลักไม่ได้

โดเมนแรกของ Mail server ลบแยกไม่ได้ ต้องลบทั้งบริการ

กลับขึ้นด้านบน ↑

Managed Databases

PostgreSQL, MySQL, MariaDB, Redis และ Valkey ที่มีคนดูแลเครื่องและ Backup ให้

สร้างฐานข้อมูล

เลือก engine ขนาด และดิสก์ แล้วรับค่าการเชื่อมต่อไปใช้ได้เลย

  1. ไปที่เมนู Managed Databases แล้วกด สร้างฐานข้อมูล
  2. Engine: PostgreSQL 16–18, MySQL 8.0 / 8.4, MariaDB 10.11 / 11.4, Redis 7.2 หรือ Valkey 8.1 / 9
  3. Instance: ตั้งชื่อเซิร์ฟเวอร์ (ใช้เป็นชื่อสำหรับเชื่อมต่อ) เลือกขนาด Micro ถึง Performance และดิสก์ SSD หรือ HDD 10–1000 GB
  4. การเชื่อมต่อ: เชื่อมภายใน VPC ได้เสมอ เปิด public endpoint เพิ่มได้ถ้าต้องต่อจากข้างนอก
  5. Backup: เลือกรอบทุก 6 ชม. 12 ชม. ทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ เวลาเริ่ม และจำนวนชุดที่เก็บ (1–90)
  6. ตรวจสอบแล้วกดสร้าง

ต้องมียอดใน Wallet อย่างน้อย $3.49 ก่อนสร้าง ขยายขนาดเครื่องภายหลังได้ (ฐานข้อมูลจะรีสตาร์ตหนึ่งครั้ง) ส่วนดิสก์ขยายได้อย่างเดียว ลดไม่ได้

กลับขึ้นด้านบน ↑

เชื่อมต่อฐานข้อมูลและตั้ง Firewall

แอปใน Project เดียวกันเชื่อมผ่านเครือข่ายภายใน ส่วนการต่อจากข้างนอกต้องเปิด public endpoint และอนุญาต IP

จากบริการใน Project เดียวกัน

ใช้ชื่อภายใน ชื่อเซิร์ฟเวอร์.internal หรือ private IP ถ้าเชื่อม Database กับ Container ไว้ ระบบใส่ตัวแปร DATABASE_URL, DB_HOST, DB_PORT, DB_USER, DB_PASSWORD และ DB_NAME ให้เอง

จากเครื่องของคุณหรือระบบภายนอก

  1. เปิดแท็บ การเชื่อมต่อ & Firewall แล้วเปิด public endpoint
  2. เพิ่ม IP ที่อนุญาต เช่น 203.0.113.10 หรือช่วง 203.0.113.0/24 (สูงสุด 50 รายการ)
  3. คัดลอก connection string ไปใช้ การเชื่อมต่อต้องใช้ TLS
postgresql://USER:PASSWORD@HOST:5432/DB?sslmode=require
mysql://USER:PASSWORD@HOST:3306/DB?ssl-mode=REQUIRED
rediss://default:PASSWORD@HOST:6379

ถ้าไม่มี IP ในรายการ Firewall เลย ระบบจะปฏิเสธการเชื่อมต่อจากภายนอกทั้งหมด

Studio และนำเข้าข้อมูล

แท็บ Studio ดูตารางและรัน SQL (หรือดู key และรันคำสั่งของ Redis) ได้จากหน้าจัดการ แท็บ นำเข้าข้อมูล รับไฟล์จาก pg_dump, mysqldump หรือ Redis .rdb ขนาดไม่เกินดิสก์ (สูงสุด 50 GB)

ถ้าเจอปัญหา

เชื่อมต่อไม่ได้ ขึ้นว่า “client address is not allowed by the firewall rules”

IP ของคุณยังไม่อยู่ในรายการ Firewall ตรวจ IP ปัจจุบัน (IP บ้านหรือมือถือเปลี่ยนได้) แล้วเพิ่มในแท็บ การเชื่อมต่อ & Firewall

ขึ้นว่า “public access is disabled for this database”

ยังไม่ได้เปิด public endpoint เปิดในแท็บ การเชื่อมต่อ & Firewall หรือเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายภายในแทน

ขึ้นว่า “server name is required”

โปรแกรมไม่ได้ส่งชื่อเซิร์ฟเวอร์ผ่าน TLS ให้เชื่อมต่อด้วยชื่อ host เต็มพร้อมเปิด TLS หรือใช้ชื่อผู้ใช้แบบ user@ชื่อเซิร์ฟเวอร์ (Redis และ Valkey ต้องใช้ TLS เสมอ)

ขึ้นว่า “database server uses a different protocol on this port”

ใช้พอร์ตผิด engine: PostgreSQL 5432 · MySQL/MariaDB 3306 · Redis/Valkey 6379

ขึ้นว่า “database server is not reachable”

ฐานข้อมูลอาจหยุดอยู่หรือกำลังรีสตาร์ต ตรวจสถานะในหน้าภาพรวม แล้วลองใหม่

Firewall แจ้งว่ารูปแบบไม่ถูกต้อง

ใส่ IP เดี่ยว เช่น 203.0.113.10 หรือช่วงแบบ CIDR เช่น 203.0.113.0/24

กลับขึ้นด้านบน ↑

Backup และกู้คืนฐานข้อมูล

ระบบสำรองให้ตามรอบที่ตั้ง สั่งสำรองเองก่อนงานสำคัญได้ และกู้คืนได้จากหน้าจัดการ

  • แท็บ Backups ดูรายการ สั่ง Backup เอง และกด กู้คืน
  • ค่าพื้นที่ Backup คิดตามขนาดที่เก็บไว้ต่อเดือน เก็บน้อยชุดลงถ้าอยากประหยัด
  • Redis และ Valkey กู้คืนเองไม่ได้ เปิด ticket ให้ทีมงานช่วย

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “ต้องเริ่มฐานข้อมูลก่อนสั่ง Backup”

ฐานข้อมูลหยุดอยู่ เริ่มการทำงานก่อนแล้วสั่งใหม่

ขึ้นว่า “Backup ชุดนี้กู้คืนเองไม่ได้ กรุณาเปิด Ticket”

Backup ชุดนี้ต้องให้ทีมงานกู้คืนให้ เปิด ticket พร้อมชื่อฐานข้อมูลและเวลาของ Backup

ลบฐานข้อมูลไม่ได้

ยกเลิกการเชื่อมโยงกับ Container ทุกตัว และลบหรือ Promote Read replica ทั้งหมดก่อน

กลับขึ้นด้านบน ↑

Containers

รันแอปจาก Docker image ขยายตามคนใช้ และหยุดพักเองเมื่อไม่มีคนเรียก

Deploy Container จาก image

ใช้ image จาก Docker Hub, GHCR หรือ private registry ของคุณ

  1. ไปที่เมนู Containers แล้วกด สร้าง Container
  2. Image: เลือกตัวอย่างสำเร็จรูป หรือ Image ของฉันเอง ใส่ชื่อ image พร้อม tag เช่น ghcr.io/you/app:1.2.0 ถ้าเป็น private registry ใส่ URL (https) ชื่อผู้ใช้ และ access token
  3. บริการ: ตั้ง Service ID (เป็นส่วนหนึ่งของ URL) และ port ที่แอปฟัง (ค่าเริ่มต้น 8080 ระบบส่งค่าให้แอปในตัวแปร $PORT) ใส่ command และ health check path ถ้ามี
  4. Scaling: เลือกขนาด จำนวน instance ต่ำสุด–สูงสุด และ timeout ต่อ request (สูงสุด 60 นาที)
  5. การเข้าถึง: เปิดให้ทุกคนจากอินเทอร์เน็ต หรือเฉพาะภายใน VPC และเลือกว่าต้องใช้ Invoker token หรือไม่
  6. ตัวแปร: วางจากไฟล์ .env ได้ ติ๊ก Secret สำหรับค่าที่ต้องซ่อน
  7. กด สร้างและ Deploy

แอปจะเปิดได้ที่ https://ชื่อ.containers.ภูมิภาค.thailandhosting.com ตามที่แสดงในหน้า Overview

ตั้ง instance ต่ำสุดเป็น 0 เพื่อให้ Container หยุดพักเองเมื่อไม่มีคนใช้ (ประมาณ 15 นาที) และไม่คิดค่าเครื่องช่วงนั้น request แรกหลังพักจะช้ากว่าปกติเล็กน้อย

ขนาดเครื่องกลุ่ม Economy ใช้ CPU แบบ ARM image ต้องรองรับ linux/arm64 (build ด้วย docker buildx --platform linux/arm64)

ถ้าเจอปัญหา

Deploy ไม่ผ่าน ขึ้นว่า “หา image … ใน registry ไม่พบ หรือไม่มีสิทธิ์ดึง”

ตรวจชื่อ image และ tag ให้ถูกทุกตัวอักษร ถ้าเป็น private registry ตรวจว่า token ยังไม่หมดอายุและมีสิทธิ์อ่าน package นั้น

ขึ้นว่า image มีเฉพาะสถาปัตยกรรมอื่น แต่ที่เลือกใช้ linux/arm64

build image ใหม่ให้รองรับ arm64 หรือเลือกขนาดเครื่องกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ ARM

push image tag เดิมแล้ว แต่แอปยังเป็นรุ่นเก่า

ระบบจำ image ตอน deploy ไว้ กด Deploy revision ใหม่ เพื่อดึงรุ่นล่าสุด

ขึ้นว่า “Private Registry ต้องใช้ HTTPS และ credential ที่ถูกต้อง”

URL ของ registry ต้องขึ้นต้นด้วย https:// และใส่ชื่อผู้ใช้กับ token ให้ครบ

กลับขึ้นด้านบน ↑

อัปเดต ย้อนรุ่น และแก้ปัญหาแอปไม่ทำงาน

ทุกครั้งที่ deploy ระบบเก็บเป็น revision ย้อนกลับได้ในคลิกเดียว

  • แท็บ Revisions: กด Deploy revision ใหม่ หลังแก้ image หรือค่าต่าง ๆ และกด Rollback มาที่นี่ เพื่อกลับไปรุ่นก่อน
  • แท็บ ตัวแปร: แก้ environment variable และ secret ได้สูงสุด 100 ตัว
  • หน้า Overview: แถว Instance บอกสถานะและข้อผิดพลาดล่าสุดของ Container

ถ้าตั้งให้ต้องใช้ Invoker token ผู้เรียกต้องส่ง token ใน header Authorization หรือ X-Serverless-Authorization token แสดงให้คัดลอกครั้งเดียว

ถ้าเจอปัญหา

เปิดแอปแล้วขึ้น 502 “the container did not respond”

ส่วนใหญ่เป็นเพราะ port ไม่ตรง แอปต้องฟังที่ 0.0.0.0 บน port ที่ตั้งไว้ (อ่านจาก $PORT) ไม่ใช่ localhost

ขึ้น 503 “instance failed to start”

แอปหยุดทำงานตอนเริ่ม หรือไม่ผ่าน health check ดูเหตุผลที่ท้ายข้อความและที่แถว Instance ในหน้า Overview ตรวจ command ตัวแปร และ health check path ต้องตอบกลับด้วยสถานะต่ำกว่า 500

ขึ้น 504 Gateway Timeout

request ใช้เวลานานกว่า timeout ที่ตั้งไว้ เพิ่ม timeout ในแท็บ Scaling (สูงสุด 3600 วินาที) หรือแยกงานที่ใช้เวลานานไปทำเบื้องหลัง

ขึ้น 429 “no available instance”

instance ทำงานเต็มจำนวนสูงสุดแล้ว เพิ่ม max instances หรือ concurrency

ขึ้น 401 “invoker token is required”

บริการนี้ตั้งให้ต้องใช้ token ส่ง token ใน header หรือเปลี่ยนการเข้าถึงเป็น Public

ขึ้น 403 “only accepts internal VPC traffic”

บริการตั้งให้รับเฉพาะภายใน VPC เรียกจากบริการใน Project เดียวกัน หรือเปลี่ยน Ingress เป็นทั้งหมด (Internet)

กลับขึ้นด้านบน ↑

Static Web (Deploy จาก Git)

เชื่อม Git repo แล้ว push เพื่อ build และขึ้นเว็บอัตโนมัติ สำหรับคนเขียนโค้ด

เชื่อม repo และ deploy ครั้งแรก

รองรับ GitHub, GitLab และ Bitbucket ทั้ง repo สาธารณะและส่วนตัว

  1. ไปที่เมนู Static Web แล้วกด Deploy จาก Git
  2. เลือกผู้ให้บริการ Git ใส่ URL ของ repository และ token (ถ้าเป็น repo ส่วนตัว) แล้วกด ตรวจสอบ Repository
  3. ระบบตรวจ framework และเสนอค่า build ให้ ตรวจ Node.js version คำสั่ง install/build และโฟลเดอร์ output
  4. เปิด Auto Deploy ถ้าอยากให้ build ทุกครั้งที่ push แล้วกด deploy
ผู้ให้บริการtoken ที่ใช้
GitHubFine-grained token สิทธิ์ Contents: Read-only
GitLabtoken scope read_api บทบาท Reporter ขึ้นไป
BitbucketRepository token (Repositories: Read) หรือ app password พร้อมชื่อผู้ใช้

รองรับ Next.js (ต้องตั้ง output: 'export'), Nuxt, Gatsby, Astro, SvelteKit (adapter-static), Docusaurus, VitePress, Eleventy, Angular, Vue, Vite, Create React App และ HTML ธรรมดา

ตัวแปรตอน build ถูกฝังในไฟล์เว็บที่ทุกคนเห็นได้ ห้ามใส่รหัสผ่านหรือ secret

Static Web ใช้โควตาจำนวนเว็บร่วมกับเว็บไซต์แบบลากวาง จำนวน build ต่อเดือน: Free 30 · Starter 40 · Business 120 และผูกโดเมนของตัวเองได้ในแท็บ ตั้งค่า > โดเมน ด้วยขั้นตอนเดียวกับ เว็บไซต์ (แพ็กเกจที่จ่ายเงิน)

กลับขึ้นด้านบน ↑

Webhook, Build log และย้อน Release

push แล้ว build เอง ดู log สด ๆ และย้อนกลับไป release ก่อนหน้าได้

  1. ที่ ตั้งค่า > Auto Deploy คัดลอก Payload URL และ Secret
  2. เพิ่ม webhook ใน repo ตามขั้นตอนบนหน้าจอ (GitHub: content type application/json และเลือก Just the push event)
  3. push เข้า branch ที่ตั้งไว้ แล้วดู build ได้ที่แท็บ Builds

กด Build ใหม่ เพื่อ build เอง ยกเลิก Build เพื่อหยุด และ ใช้ Release นี้ เพื่อย้อนกลับ ระบบเก็บ release ไว้ 5 รุ่นล่าสุด

ถ้าเจอปัญหา

push แล้วไม่ build

ดูประวัติการส่ง webhook ในหน้าตั้งค่า repo: invalid webhook signature ให้ใส่ Secret ใหม่ · branch … was not pushed คือ push คนละ branch · auto deploy is disabled ให้เปิด Auto Deploy

“คำสั่ง Build ล้มเหลว (exit code …)”

เปิด log ในแท็บ Builds เพื่อดูบรรทัดที่ผิด ลองรันคำสั่ง build เดียวกันในเครื่องของคุณด้วย Node.js version เดียวกัน

“Build ใช้หน่วยความจำเกิน (exit 137)”

ลดงานตอน build เช่น ปิด source map หรือแบ่งหน้าให้เล็กลง

“Build ใช้เวลานานเกิน … ของแพ็กเกจ”

เวลา build สูงสุด: Free 5 นาที · Starter 10 นาที · Business 15 นาที ลดขั้นตอน build หรืออัปเกรดแพ็กเกจ

“ไม่พบโฟลเดอร์ Output” หรือ “โฟลเดอร์ Output ว่างเปล่า”

ตั้งโฟลเดอร์ output ให้ตรงกับที่ framework สร้าง (เช่น dist, out, build) Next.js ต้องตั้ง output: 'export'

“Access token ไม่ถูกต้องหรือหมดอายุ” หรือ “ไม่พบ repository”

สร้าง token ใหม่ตามตารางด้านบน ตรวจชื่อ branch และถ้าเป็น repo ส่วนตัวต้องใส่ token เสมอ

“โควตา Build หมดแล้ว”

รอโควตาวันใหม่หรือเดือนใหม่ หรืออัปเกรดแพ็กเกจ build ที่ล้มเหลวเพราะระบบของเราจะคืนโควตาให้

กลับขึ้นด้านบน ↑

VPC และ NAT Gateway

เครือข่ายส่วนตัวของ Project และ IP ขาออกแบบคงที่

VPC และ Subnet

บริการใน Project เดียวกันคุยกันผ่าน IP ภายใน ไม่ต้องออกอินเทอร์เน็ต

ทุก Project มี VPC และ Default subnet ให้อัตโนมัติ ไปที่เมนู VPC เพื่อดูภาพรวม Subnets และ Resources ที่อยู่ใน VPC บริการเรียกหากันได้ด้วยชื่อ ชื่อบริการ.internal

  • เพิ่ม Subnet ได้ด้วยช่วง IP ส่วนตัวขนาด /16 ถึง /28 ที่อยู่ในช่วงของ VPC
  • แก้ช่วง IP ของ VPC ได้เฉพาะตอนที่ยังไม่มีบริการใน VPC
  • VPC แต่ละอันแยกขาดจากกัน

ถ้าเจอปัญหา

ลบ Subnet ไม่ได้

“ต้องลบบริการใน Subnet ก่อน” หรือ “Subnet นี้ใช้ NAT Gateway อยู่” ให้ย้ายหรือลบบริการ และเอา Subnet ออกจาก NAT Gateway ก่อน ส่วน Default subnet ลบไม่ได้

กลับขึ้นด้านบน ↑

NAT Gateway: IP ขาออกแบบคงที่

สำหรับระบบที่ธนาคารหรือคู่ค้าต้องใส่ IP ของคุณใน whitelist

  1. ไปที่เมนู VPC ส่วน Internet egress แล้วสร้าง NAT Gateway
  2. เลือกให้ทุก Subnet (รวมที่สร้างใหม่ภายหลัง) หรือเฉพาะบาง Subnet ออกผ่าน NAT
  3. คัดลอก IP ที่ได้ไปให้คู่ค้าใส่ใน whitelist

IP นี้เป็นของคุณคนเดียว ไม่ใช้ร่วมกับลูกค้ารายอื่น Subnet ที่ไม่ได้เลือกใช้ IP ขาออกแบบใช้ร่วมซึ่งเปลี่ยนได้ VPC หนึ่งมี NAT Gateway ได้ 1 ตัว คิดค่าบริการรายชั่วโมงบวกตามปริมาณข้อมูล

ลบ NAT Gateway แล้วสร้างใหม่ภายในช่วงเวลาหนึ่ง จะได้ IP เดิมกลับมา

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “Region นี้ยังไม่มี Static IP ว่าง”

IP ในภูมิภาคนี้ถูกใช้หมดชั่วคราว เปิด ticket ให้ทีมงานเตรียม IP ให้

คู่ค้าบอกว่า IP ที่ส่งมาไม่ตรง

ตรวจว่า Subnet ของบริการนั้นถูกเลือกให้ออกผ่าน NAT Gateway ถ้าไม่ได้เลือก บริการจะใช้ IP แบบใช้ร่วมแทน

กลับขึ้นด้านบน ↑

แก้ปัญหาทั่วไปและติดต่อทีมงาน

เช็กลิสต์เวลาเว็บเปิดไม่ขึ้น และวิธีแจ้งทีมงานให้ได้คำตอบเร็ว

เว็บเปิดไม่ขึ้น ตรวจอะไรก่อน

ไล่ตามลำดับนี้ ส่วนใหญ่แก้ได้เองในไม่กี่นาที

  1. เปิดที่อยู่ฟรีของเว็บ (….thailandhosting.com) ถ้าที่อยู่ฟรีเปิดได้แต่โดเมนของคุณเปิดไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่ DNS ดู ผูกโดเมนของคุณเอง
  2. ดูการ์ดเว็บในหน้าจัดการ ถ้าขึ้น พักไว้ หรือ ถูกพัก ดู เงินในกระเป๋าไม่พอ
  3. ตรวจว่ากด เผยแพร่ แล้ว ไม่ใช่แค่บันทึก
  4. ดูแถบประกาศด้านบนของหน้าจัดการ ว่ามีประกาศเหตุขัดข้องหรือปิดปรับปรุงหรือไม่
  5. ลองเปิดจากอีกเครือข่าย เช่น ปิด Wi-Fi แล้วใช้เน็ตมือถือ เพื่อแยกว่าเป็นที่เครือข่ายของคุณหรือไม่

ถ้าเจอปัญหา

เว็บ Free หยุดแสดงผลกลางเดือน

แพ็กเกจ Free มีโควตาปริมาณการเข้าชมต่อเดือน เมื่อใช้ครบเว็บจะหยุดชั่วคราวโดยไม่มีการตัดเงิน และกลับมาเดือนถัดไป อัปเกรดเป็น Starter หากมีคนเข้าเยอะ

บริการคลาวด์ (Container, Database, WordPress, Mail) หยุดเอง

เงินใน Wallet หมดเกิน 72 ชั่วโมง เติมเงินแล้วเริ่มบริการใหม่ อย่าปล่อยค้างเกิน 30 วัน เพราะข้อมูลจะถูกลบ

กลับขึ้นด้านบน ↑

เปิด ticket ถึงทีมงาน

ทุกเรื่องที่แจ้ง ติดตามได้ในที่เดียว และตอบกลับต่อได้ในเรื่องเดิม

  1. ไปที่เมนู ช่วยเหลือและคืนเงิน แล้วกด เปิด Ticket
  2. ใส่หัวข้อ เลือกหมวด (ปัญหาทางเทคนิค การเงินและแพ็กเกจ บัญชีผู้ใช้ แจ้งการใช้งานผิดกฎ ขอคืนเงิน อื่น ๆ) และความเร่งด่วน
  3. อธิบายรายละเอียด แล้วกด ส่งถึงทีมงาน

ทีมงานตอบภายใน 24 ชั่วโมง เรื่องด่วนภายใน 1 ชั่วโมง ticket ที่ปิดแล้วเปิดใหม่ไม่ได้ ให้เปิด ticket ใหม่แทน

เขียนอย่างไรให้แก้ได้เร็ว

  • ชื่อเว็บหรือบริการ และที่อยู่เว็บที่มีปัญหา
  • ทำอะไรก่อนเกิดปัญหา และเกิดตอนกี่โมง
  • ข้อความที่เห็นบนจอแบบคำต่อคำ หรือภาพหน้าจอ
  • Account ID จากเมนูบัญชีมุมขวาบน

ห้ามส่งรหัสผ่านใน ticket ทีมงานไม่ขอรหัสผ่านของคุณในทุกกรณี

ถ้าเจอปัญหา

ขึ้นว่า “มี Ticket ที่ยังเปิดอยู่ครบ 20 รายการ”

ปิด ticket ที่แก้เสร็จแล้ว หรือตอบเพิ่มใน ticket เดิมที่เป็นเรื่องเดียวกัน

กลับขึ้นด้านบน ↑

ยังแก้ไม่ได้? ให้ทีมงานช่วย

เปิด ticket จากหน้าจัดการ บอกชื่อเว็บหรือบริการ สิ่งที่ทำ และข้อความที่เห็นบนจอ ทีมงานจะตอบกลับในเรื่องเดียวกัน ติดตามได้ในที่เดียว